สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

นักบุญแห่งขุนเขา

นักบุญแห่งขุนเขา

นักบุญแห่งขุนเขา


ได้รับการขนานนามว่า  “นักบุญแห่งขุนเขา”

 

          หลายคนมักจะคุ้นตากับภาพที่ครูบาขี่ม้าบิณฑบาต  จนหลายคนเรียกติดปากว่า  “ครูบาขี่ม้า”  ครั้งแรกเลยไม่เคยมีความคิดจะใช้ม้าในการออกรับบิณฑบาตหรอก  แต่มีชาวบ้านมาบนขอให้หายป่วย  พอหายป่วยก็เลยเอาม้ามาแก้บน  ชาวบ้านเอาม้ามาแก้บน  เลยต้องเลี้ยงไว้เพราะเขาเอามาถวาย  เราเป็นพระไม่รับก็ไม่ได้ 

 

          เหตุที่ต้องขี่ม้าบิณฑบาตรนั้นก็เพราะแต่ละหมู่บ้านอยู่ห่างไกลกันมาก  ต้องเดินทางข้ามเขาเป็นลูกๆ  การเดินด้วยเท้าจะลำบาก  ยิ่งหน้าฝนทางเดินลื่นมาก  การใช้ม้าช่วยให้การออกรับบาตรสะดวกมากยิ่งขึ้น  และยังช่วยให้ครูบามีโอกาสได้ไปเผยแผ่หลักธรรมตามหมู่บ้านชาวเขาในแนวชายแดนที่ห่างไกลอีกด้วย  ส่วนในเรื่องของความเหมาะสมหรือไม่ที่พระขี่ม้า  ครูบาเห็นว่าน่าจะดูที่การปฏิบัติกิจของสงฆ์มากกว่า

 

          ครูบาใช้ม้าเพื่อเผยแผ่ศาสนาในโครงการ  “มิตรมวลชน  คนชายแดน” ที่สมเด็จพระสังฆราชฯ  ทรงรับเป็นองค์สังฆราชูปถัมป์โครงการนี้ด้วย  มีเนื้อที่ในการดูแลรักษาผืนป่าอย่างเป็นทางการ  จำนวน  880  ไร่  และอีกจำนวน  400  ไร่  เป็นผืนป่าเสื่อมโทรมที่เป็นต้น้ำลำธาร  (ที่รอการรับรองจากกรมป่าไม้)

 

          โดยปัจจุบันได้จัดตั้งโครงการอนุรักษ์ม้าไทย  โดยมีม้าในความดูแลทั้งสิ้น  200 กว่าตัว  นอกจากนี้ยังมีโค – กระบือ  อีก  10 ตัว  มีคนงานชาวเขาทั้งเด็กและผู้ใหญ่ถึง  60 คน  ซึ่งม้าดังกล่าวนั้นครูบาอนุญาตให้ชาวเขา  ข้าราชการครู  ตำรวจ  และทหารในพื้นที่หยิบยืมไปใช้ได้  การใช้ม้าจึงมีความสะดวกในการเดินทางเกือบ  17  ปี  ของการออกธุดงค์  เผยแผ่หลักคำสอนของพระพุทธเจ้าตามชายแดนไทย – พม่า โดยไม่แบ่งชาติพันธุ์ 

 

          ในที่สุดก็ได้รับขนานนามว่า  “นักบุญแห่งขุนเขา” จากเจ้าหน้าที่ที่ร่วมงานกันในโครงการ  “มิตรมวลชน  คนชายแดน” ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่ทหารจากกองกำลังเฉพาะกิจกรมการทหารราบที่  17 กองพันที่  3 (ฉก.ร.17  พัน  2) ตั้งให้  เพราะเห็นว่าครูบาเป็นพระที่ใช้ชีวิตอยู่ในป่า  เผยแผ่ธรรมะอยู่ในป่า

view